| 1. ครั้งที่ 1 เมื่อ พ.ศ.2484 ได้เคลื่อนย้ายกำลังไปปฏิบัติราชการสนามในสงคราม มหาเอเชียบูรพาด้านสหรัฐไทยเดิมร่วมกับกองพันทหารราบที่ 25 และกองพันทหาร ราบที่ 27 กองพลที่ 4 ทำการเข้าตี ดอยเหมย
และเมืองเชียงตุงสามารถยึด เมืองเชียงตุงเมืองบะ ในรัฐฉานของสหรัฐไทยเดิมได้จนกระทั่งสงครามสงบได้เคลื่อน ย้ายกำลังพลกลับ ที่ตั้งปกติเมื่อพ.ศ.2488 รวม 4 ปี
|
|
2. ครั้งที่ 2
|
| 2.1 เมื่อ พ.ศ.2496 จัดกำลังออกปฏิบัติราชการสนามที่อ.มุกดาหาร จ.นครพนม เพื่อวางกำลังสกัดกั้นป้องกันมิให้กำลังต่างชาติรุกล้ำเขตแดนไทยกรณีสงคราม เดียน เบียน ฟู โดยกองทัพเวียดมินห์ สามารถคลี่คลายสถานการณ์กลับคืนเข้าสู่สภาวะปกติ สร้างความ ปลอดภัย และบำรุงขวัญประชาชนได้เป็นอย่างดี
|
| 2.2 เมื่อ พ.ศ.2497-2498 จัดกำลัง1 กองร้อย ร.(+) ไปปฏิบัติราชการสนามที่ อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ให้กลับคืนสู่ความสงบ
|
| 2.3 เมื่อ พ.ศ. 2505 จัดกำลัง1 ร้อย ร. (+) เคลื่อนย้ายทางอากาศไปปฏิบัติ ราชการสนามชายแดนที่ อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ เพื่อเตรียมรับสถานการณ์ และป้องกันมิ ให้กำลังต่างชาติรุกล้ำอธิปไตยใน กรณีได้เกิดการพิพาทเขาพระวิหาร ซึ่งประเทศไทย ต้องสูญเสียเขาพระวิหารให้กับประเทศกัมพูชาตามคำตัดสินของศาล โลกเหตุการณ์ ครั้งนี้ได้มีการปะทะกันทำให้ฝ่ายเราต้องเสียชีวิต 1 นาย และสามารถ ควบคุมสถานการณ์ มิให้กำลังทหารกัมพูชารุกล้ำเขตแดนไทย และขยายผลจากกรณี พิพาท กัมพูชารุกล้ำเขต แดนไทยและขยายผลจากกรณีพิพาทในครั้งนี้ด้วย
|
3. ครั้งที่ 3 เป็นหน่วยแรกที่ผู้บังคับบัญชามอบภารกิจปฏิบัติการปราบปรามผู้ก่อการ ร้ายคอมมิวนิสต์ในพื้นที่อิสานตอนเหนือ ตั้งแต่ปีพ.ศ.2508-2521 โดยขึ้นปฏิบัติการ ณ ภูพานน้อย อ.นาแก จ.นครพนม และสามารถยึดภูสิงห์ในพื้นที่ จ.หนองคาย ทำให้ ความรุนแรงจากการปฏิบัติงานทางทหารของผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ได้ลดลงเกือบไม่ มีความเคลื่อนไหว
|
|
|